*กรุณาใช้วิจารณญาณหรือจักรยานในการอ่านเอนทรี่นี้
 
สารถีขอพักเบรกจาก Dueling Network สักเอนทรี่ก่อนจะเอียนอ้วกแตกตาย
 
---
 
ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครไม่รู้จักคอมพิวเตอร์ เนื่องจากเจ้าเครื่องมือชนิดนี้
สามารถทำงานยากอย่างคำนวณสูตรซับซ้อนให้เป็นงานง่ายราวทอนเิงินลูกค้าได้
นอกเหนือจากการใช้ทำงานหลายอย่างแทนมนุษย์ ก็ยังมีกลุ่มเครือข่ายต่างๆ บนโลกไซเบอร์
และเจ้ากลุ่มเครือข่ายนี้ ในตอนแรกก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรมากมายนัก เนื่องจากจำกัดกลุ่มตามเว็บบอร์ด
 
จนเกิด Facebook ขึ้น...
 
โลโก้ที่เบสิคที่สุดในโลก ไม่ผ่านการตกแต่งใดๆ ทั้งสิ้น
 
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิพีเดีย-สารานุกรมเสรี
Facebook.com เปิดให้ใช้งานได้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2004
ในชั้นแรกเจ้าเครือข่ายนี้ จำกัดเฉพาะกลุ่มนักเรียนมหา'ลัยฮาวาร์ด ก่อนจะขยายไปเรื่อยๆ
และเมื่อปี 2006 สองปีหลังเปิดตัว เจ้าเครือข่ายนี้ก็ลุกลามไปทั่วทั้งโลกดวงน้อยเป็นผลสำเร็จ
เจ้า Facebook นี้จะเกิดขึ้นไ่ม่ได้เลย หากมีผู้ก่อตั้งเพียงมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์กเพียงคนเดียว
เพราะในความเป็นจริง มีผู้ร่วมก่อตั้งที่เป็นนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์อีกสามคน ได้แก่
  • เอ็ดวาร์โด ซาเวริน
  • ดิสติน มอสโควิตซ์
  • คริส ฮิวส์
และ 8 ปีผ่านไป จากกลุ่มนักศึกษาแห่งมหา'ลัยฮาวาร์ด มันก็ก้าวสู่ปัจจัยหลอกลวงที่มนุษย์อุปโลกน์ขึ้น
 
สัญลักษณ์ F เด่นหรา บ่งบอกอนาคตของคนที่ติดมันได้ดี
 
หมดบทเกริ่นนำแล้วจ้ะ ต่อไปเข้าเรื่องสักที
 
 
ประโยชน์จริง หรือ การตลาด
จะเห็นได้ว่าในอดีตก่อนจะเกิด Facebook, Twitter หรือกลุ่มเครือข่ายไซเบอร์ทั่วโลกใดขึ้น
ผู้คนจะพูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ดเฉพาะที่ตนเองสนใจกันเท่านั้น อาทิ การ์ตูน สุขภาพ หรือศาสนา
เนื่องจาก คนทั่วโลกที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตย่อมต้องค้นหาสิ่งที่ตนสนใจผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้น
ดังนั้นจึงไม่ต่างอะไรจากกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกันมากองรวมกันในเว็บบอร์ดเดียว
แต่ Facebook มีการตลาดหรืออะไรก็ช่างมันเถอะ ที่เหมือนจะล้างสมองเราว่ามันสำคัญอยู่นาที
 
ความเป็นจริงแล้วการพูดคุยในเครือข่ายไซเบอร์ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้รับ-ส่งงานได้อย่างรวดเร็ว
ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นการพูดคุยระหว่างกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนมกัน ด้วยสาเหตุว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม
แล้วจำเป็นด้วยหรือ ที่ต้องพูดคุยกันในโลกไซเบอร์ขนาดนั้น?
มองลึกไปในสาเหตุที่เครือข่ายการพูดคุย (แชท) ถูกสร้างขึ้น อีกสักนิด
จะเห็นว่าพวกมันล้วนถูกสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อคนที่อยู่ห่างไกลกัน ให้สามารถติดต่อกันได้สะดวกรวดเร็วเท่านั้น
ขณะที่เว็บบอร์ดเฉพาะเรื่อง ก็มีจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ไม่ได้เข้าสักวันหรือสักเดือนก็ไม่ตาย
 
Facebook.com ต่างออกไปอย่างมาก
 
มีของหลอกลวงอย่างหนึ่งที่สารถีเห็นจากโฮมเพจของ Facebook
คือรูปกลุ่มคนที่เชื่อมโยงกันด้วยเส้นไปเป็นวงต่อกันไปเป็นทอดๆ ราวจดหมายหรือแชร์ลูกโซ่
สารถีเข้าใจเอาเองว่า คนออกแบบเขาคงหมายความว่า "สังคมโลกไซเบอร์ไร้พรมแดน"
แต่ถ้าลองคนหน้าโดนหนอนเจาะไปเล่นแล้วเอารูปขึ้นจะยังมีคนมา "สังคมโลกไซเบอร์ไร้พรมแดน" ด้วยไหม?
นั่นคือข้อแรกที่สารถีอยากบอก ใครก็ดูรูปเจ้าของไอดีแล้วถึง Add Friend ไปมากกว่าจะสนใจว่าเป็นใครทั้งนั้น
และจุดประสงค์แทบทุกคนที่แอดแบบนั้นคือ จะแอดไปจีบเจ้าของไอดี หรืออะไรในทำนองนั้น
คิดดูก็ตลกดี ที่คน Add ไปหาทักทายมาด้วยคำถาม "ชื่ออะไรเหรอ?" (ของจริงภาษาวิบัติกว่านี้เยอะ)
 
ก็เจ้าของโปรไฟล์มันล็อคให้แอด (ต่อไปจะใช้คำนี้) เอานี่ หนักหัวแกรึไง?
ไม่หนักหัวสารถีเลยจ้ะ และไม่หนักหัวคุณด้วยที่ต้องไปตามง้อขอแอดคนพรรค์นั้น ปล่อยเน่าตายไปก็ไม่เห็นเป็นอะไร หรือไม่จริง?
 
มึงจะล็อคทำม้าย!!
 
มาดูสาเหตุอีก 1 ข้อที่สารถีจ๊ะจ๋าสงสัยว่ามันมีประโยชน์จริงหรือแค่การตลาดกันแน่
นั่นคือ การโฆษณาหรือติดปุ่ม Like ไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ และที่เหนือชั้นคือ
บรรดาสมาร์ทโฟนที่เข้าอินเทอร์เน็ตได้ (บางรุ่น) มีแพ็ตเกจให้จ่ายเงินแล้วเข้า Facebookและ MSN ได้ไม่จำกัด
แทนที่จะมานั่งเสียเงินผ่านอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์แบบคิดตามจำนวนข้อมูลที่รับส่ง
แล้วเป็นยังไง? เหล่าสติวปิดฮิวแมน (smart phone-stupid human เข้ากันออก) ก็เฮโลใช้สิงานนี้
ซึ่งคนรับเละก็หนีไปไหนไม่พ้น นอกจาก Facebook.com เจ้าเก่าเจ้าเดิม
 
เงินก็เงินกู เอ็งจะมาเสือกอะไรนักหนาวะ
เชื่อว่าที่ทำงานของหลายคนต้องมีอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ และหากใช้แพ็ตเกจนี้จนติด เพราะ "ใช้ให้มันคุ้ม"
พอมาถึงที่ทำงานก็จะเกิดอาการเบื่อ เซ็ง ขี้เกียจทำงานว่ะ เลี้ยงหมูดีกว่า ไปส่องโปรไฟล์คนนั้นคนนี้ดีกว่า
เละกันทั้งระบบ
 
I want to play use Faceboooooook!!
 
นั่นคืออีกข้อที่สารถีอยากบอก (ไม่แน่ใจว่าจะอ่านกันหมดไหม ยาวจริงอะไรจริง)
อย่าให้ "ใช้จนคุ้ม" มีอิทธิพลเหนือเราเกินไป หากไม่จ่ายไปแต่แรก เราก็ "ใช้จนคุ้ม" แต่แรกไปแล้ว
 
ย่อมมีเสียงของหลายคนบอกอีกว่า ฉันไม่ได้ติดขนาดนั้นสักหน่อย แค่เข้าเป็นบางเวลาตอนว่างๆ
น่ากลัวมาก เพราะไอ้ตอนว่างๆ นั้น ต้องแน่ใจด้วยว่า ความขี้เกียจหรือคุณไม่สถาปนามันขึ้นมาเอง
 
จะว่าคนที่ติดของอื่นๆ ที่สังคมตีตราว่าไม่ดีไม่ได้ ในเมื่อตัวเราเองยังไม่อาจเลิกเสพติดได้
มอร์ฟีนใช้น้อยก็เป็นยา ยาบ้าใช้กระตุ้นให้ตื่นตัวได้ถ้าใช้น้อย แต่อมลูกอมมากๆ คุณก็เจ็บตัวได้เหมือนกัน
 
กะให้เป็น กะให้ถูก ไม่ใช้เสียเมื่อไ่ม่จำเป็น ชีวิตคุณจะไม่ F ไปอีกนาน
และหัดออกไปทักทายเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงบ้าง จะดีกว่าคุยกับคนที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรมาก
 
อย่าให้มีข่าวโจรหลอกคนไปฆ่าข่มขืนโดยใช้ Facebook เป็นเครื่องมือออกมาเสียก่อน
แต่คุณก็อาจรู้ข่าวนั้นก่อนใครก็เป็นได้ เพราะเหยื่อคือตัวคุณเอง.
 
---
 
"We are now live in the era of smart phone
...and stupid human."
- 9Gag